- Jump Menu -
- คำว่ากลอนเป็นชื่อคำประพันธ์ชนิดหนึ่งที่มีกฏเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆดังนี้ -

...........

.1.ใช้เป็นคำรวมเรียกร้อยกรองทุกชนิด ที่มีลักษณะบังคับ จะเป็นชนิดใดก็ได้ จะเห็นได้ว่าเรามีคำว่า " กลอน " ใช้

อยู่ในโคลงและในภาษาพูดหลายแห่ง เช่นในหนังสือลิลิตพระลอ ใช้ในความหมายว่า " ร้อยกรอง " ในหนังสือจิดามณ ี
นอกจากนี้ยังใช้เป็นคำเรียกรวมกับร้อยกรองชนิดนั้นๆอีกด้วย เช่น เรียกลิลิตพระลอว่า กลอนลิลิต เรียกกาพย์ว่า กลอนกาพย์

 

2.ใช้ในความหมายในส่วนของร้อยกรอง อย่างที่ใช้ในปัจจุบันของ " วรรค " เช่น คำอธิบายข้อบังคับของกลอน

ในหนังสือประชุมลำนำ ของกลวงธรรมาภิมนฑ์ ( ถึก จิตรถึก ) กล่าวไว้ว่า ...
"....แลกกลอนนั้นมีบัญญัติตั้งแต่ 2 อักษรเป็นกลอน 2 กลอน เป็นคำ 2 คำ เป็นบท……."

 

3.ใช้ในความหมาย "สัมผัสคล้องจองกัน" ดังตัวอย่างในหนังสือจิดามณี ซึ่ง อธิบายการแต่งร้อยกรองชนิดหนึ่งว่า

"...โคลงขับไม้ ขับไม้กำหนดอักษรต่ำสูง แลนิยมให้กลอนต้องกันดุจบังคับกำหนดหนึ่ง…"
ความที่ว่า "…..ให้กลอนต้องกันดุจบังคับ…." "กลอน" หมายความถึง คำที่รับกัน และ "ต้อง" คือ คำสัมผัสนั้นเอง...

 

4.ใช้ในความหมายว่า "สัมผัสคล้องจองกัน" ในหนังสือจินดามณี ใช้ควบกับตัวเลขหลังชนิดของร้อยกรอง

เพื่อกำหนดบอกตำแหน่งของคำที่ส่งและรับสัมผัส ในปัจจุบันใช้คำว่า "กลอน" ในความหมายว่า "สัมผัสคล้องจองกัน"
เป็นประโยคที่ว่า "พูดเป็นกลอน"

 

5. "กลอน" ใช้เป็นคำเรียกร้อยกรองอย่างเป็นทางการครั้งแรกในมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาตั้งวรรณคดี

สโมสร พุทธศักราช 2457 ดังความว่า...
"... มาตรา 7 หนังสือเรื่องใด จะเป็นหนังสือโบราณบัณฑิตแต่งไว้ก็ดี หนังสือปัจจุบันบัณฑิตแต่งขึ้นใหม่ก็ดี
ในประเภทเหล่านี้ได้แก่ กวีนิพนธ์ คือ เป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน..."

 

สำหรับความหมายของกลอนในปัจจุบัน คำว่า "กลอน" ที่หมายถึงคำประพันธ์ชนิดหนึ่งนั้น อาจารย์กำชัย

ทองกล่อ ได้อธิบายว่า "กลอน คือ ลักษณะคำประพันธ์ที่เรียบเรียงเข้าเป็นคณะ มีสัมผัสกันตามลักษณะ
บัญญัติเป็นชนิดๆ แต่ไม่มี เอกโท ครุลหุ" สรุปแล้วจะเห็นได้ว่า ความหมายของกลอนที่ใช้ในปัจจุบันนั้นหมายถึง
คำประพันธ์ชนิดหนึ่งที่บังคับ คณะและเสียง วรรณยุกต์ บังคับสัมผัส คือเสียงที่คล้องจองกัน มีอยู่ด้วยกันหลาย
ชนิด มีลักษณะบังคับที่แตกต่างกันไป และมีชื่อเรียกต่างๆกันตามแต่บัญญัติไว้......
 
 
- copyright 2000 by Gamerlin Studio -